โปรโมทเว็บไซต์ Campingt.com

29Nov/11Off

Lady Gaga

genting crown เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) หรือ โจแอน สเตฟานี่ เจอมานอตต้า (Joanne Stefani Germanotta) เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ.1986 (พ.ศ.2529) ที่ยองเกอร์ส รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา พ่อและแม่เป็นนักลงทุนทางอินเทอร์เน็ต เชื้อสายอิตาเลียน ในวัยเด็ก Lady Gaga เข้าเรียนที่ Convent of the Sacred Heart ในแมนฮัตตัน และเรียนต่อด้านดนตรีที่โรงเรียนศิลปะทิสช์ แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก แต่ลาออกก่อนจะสำเร็จการศึกษา ซึ่งหลังจากลาออกจากโรงเรียน Lady Gaga ก็ได้ย้ายออกจากบ้าน แต่ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ที่แมนฮัตตัน และทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟต่อมา Lady Gaga เริ่มทำอัลบั้มแรกในปี 2008 (พ.ศ.2551) มีชื่อว่า The Fame ร่วมกับโปรดิวเซอร์ เรดวัน โดยอัลบั้มวางแผงในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ.2008 (พ.ศ.2551) ที่มีซิงเกิลฮิตอย่าง "Just Dance" และ "Poker Face" ซึ่งทั้งสองซิงเกิลสามารถขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งใน Billboard Chart ทำสถิติเป็นศิลปินคนแรกในรอบเกือบ 10 ปี ที่ซิงเกิล 2 ซิงเกิลแรกขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งในชาร์ต นอกจากนี้ "Just Dance" ยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี สาขาเพลงแดนซ์ยอดเยี่ยมอีกด้วย ... เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาทีเดียวฉันไม่รู้สึกว่าฉันเหมือนกับนักร้องป๊อปหน้าใสแสนเพอร์เฟคแบบคนอื่น ๆ นะ ฉันคิดว่าฉันเปลี่ยนความคิดของผู้คนเรื่องความเซ็กซี่น่ะ สปีดี้ ก็สำคัญมากกับฉันนะ แต่ดนตรีของฉันไม่มีวันที่จะตื่นมาในตอนเช้าและพูดว่า มันไม่รักฉันอีกแล้ว ฉันรู้สึกพอใจมากกับความสันโดษของฉัน ฉันโอเคนะกับการต้องอยู่คนเดียว แต่ฉันก็เลือกที่จะมีใครบางคนในชีวิตในเวลาที่ฉันทำได้นะ ฉันไม่แคร์หรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับฉัน แต่หากพ่อเกลียดสิ่งที่ฉันทำในตอนนี้ล่ะก็ ฉันคงใจสลาย แต่อีกประมาณ 8-10 ปีข้างหน้า ฉันอยากจะมีลูกน้อยให้พ่อได้อุ้มเล่นบ้าง ฉันอยากให้พ่อได้เชยชมหลาน ๆ บ้าง และฉันก็อยากจะมีสามีซึ่งรัก และคอยให้การสนับสนุนฉันเป็นอย่างดี เหมือนที่คนทั่วไปเค้าทำกัน ตอนนี้ฉันไม่มีทางทิ้งอาชีพเพื่อผู้ชายคนเดียวหรอก ฉันไม่เคยตามก้นผู้ชายไปไหนต่อไหนหรอก'' Lady Gaga กล่าวทิ้งท้ายเมื่อครั้งที่เลดี้ กาก้า ยังเด็กนั้นเธอชอบที่จะร้องเพลงของไมเคิล แจคสันและซินดี้ ลอเปอร์ไปกับเครื่องอัดเทปพลาสติกอันจิ๋วของเธอ พร้อมกับกระโดดโลดเต้นไปกับคุณพ่อและเสียงเพลงของวงโรลลิ่ง สโตนส์และเดอะบีทเทิลส์ เด็กสาวแสนสดใสและเต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์คนนี้สนุกกับการเต้นรำไปรอบๆโต๊ะในร้านอาหารย่านอัพเพอร์ เวสต์ ไซด์ ใช้แท่งขนมปังกรอบมาทำเป็นไม้กลอง และเธอก็ชอบที่จะต้อนรับพี่เลี้ยงคนใหม่ในชุดวันเกิดด้วยความไร้เดียงสา จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าสาวน้อยจากครอบครัวอิตาเลียนแสนดีในนิวยอร์กคนนี้ จะกลายมาเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง ที่เพียบด้วยความสามารถในการโชว์แบบมีสไตล์ชนิดหาตัวจับยากของวันนี้ในนามของ “เลดี้ กาก้า” (Lady GaGa)ดูแล้วอาจเหมือนจุดมุ่งหมายของเธอนั้นสูงเหลือเกิน แต่ลองพิจารณาดูดีๆ ในฐานะของศิลปิน กาก้าคือเด็กสาวที่เมื่อตอนอายุ 4 ขวบเธอหัดเล่นเปียโนด้วยการฟัง อายุ 13 เธอแต่งเพลงเปียโนบันลาดเพลงแรก พอ 14 เธอก็โชว์เดี่ยวไมโครโฟนตามไนต์คลับในเมืองนิวยอร์กอย่าง Bitter End ในตอนกลางคืน ส่วนกลางวันเธอกับโดนพวกเพื่อนร่วมห้องที่โรงเรียนของพวกคุณหนู่ล้อเลียนสไตล์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของเธอ อายุ 17 เธอก็กลายเป็นหนึ่งในเด็ก 20 คนในโลกที่ได้ตอบรับเข้าเรียนก่อนเกณฑ์ที่ Tisch School of the Arts at NYU กาก้าได้เซนต์สัญญาตอนวันเกิดอายุ 20 ปี เขียนเพลงให้ศิลปินหลายรายก่อนจะออกอัลบั้มของตนเอง (อาทิ Pussycat Dolls และอีกมากมายในสังกัด Interscope) แบบนี้คงพูดได้ว่าเลดี้ กาก้า คงไปถึงจุดมุ่งหมายอันแสนไกลของเธอได้ไม่ยากเลยเป้าหมายของชั้นในฐานะศิลปินคือส่งต่อผลงานเพลงออกสู่โลกในแบบที่น่าสนใจสุดๆ” สำหรับ The Fame กาก้าเขียนทั้งเนื้อเพลง ทำนอง และเล่นซินธีไซเซอร์ส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้เอง “ชั้นอยากจะใช้เพลงป็อปหลอกล่อผู้คนให้ติดกับอะไรที่แสนจะเท่แบบนี้”สำหรับอัลบั้ม The Fame กาก้าได้เลือกทำงานแดนซ์ป็อปสองแบบ อันนึงแบบอิเลคโทรป็อป และอีกอันเป็นร็อคผสมดิสโก้ แล้วนำมาเขย่ารวมกันลงไปในแก้วมาร์ตินี่ให้ทุกคนบนโลกได้ดื่มด่ำ Fame (ชื่อเสียง) ของเธอ กาก้าอธิบายว่า “The Fame เป็นเรื่องของการได้ลิ้มรสชื่อเสียง วัฒนธรรมป็อปเป็นศิลปะ มันไม่เท่เลยนะถ้าคุณรังเกียจมัน ชั้นเลยใส่มันไว้เต็มไปหมดให้ทุกคนได้สัมผัสในThe Fame มันแบ่งปันกันได้ ชั้นอยากเชิญชวนทุกคนมาปาร์ตีย์ มาร่วมเป็นส่วนนึงของไลฟสไตล์แบบนี้Beautiful Dirty Rich” กาก้าบอกว่า มันคือการสรุปรวมช่วงเวลาของการค้นพบตัวเอง การใช้ชีวิตในย่านโลเวอร์ อิส ไซด์ และรอยด่างของการเล่นยาในปาร์ตีย์ “เพลงนี้คือตัวชั้นเองที่พยายามจะทำความเข้าใจช่วงเวลานั้น เมื่อชั้นเข้าถึงความเป็นศิลปินของตนเอง ชั้นก็ตกหลุมรักมันมากกว่าชีวิตปาร์ตีย์ที่ผ่านมา” ฟังครั้งแรกเพลง “Paparazzi” อาจจะเหมือนเพลงรักสำหรับกล้องถ่ายรูป กาก้าเล่าขำๆ “ในจุดหนึ่งมันเกี่ยวกับการเชื้อเชิญพวกปาปารัซซี่และความต้องการชื่อเสียง แต่มันก็ไม่ได้จริงจังขนาดนั้น มันเกี่ยวกับการที่คุณต้องการให้ใครมารักคุณ และติดอยู่กับสถานการณ์ที่ว่าคุณจะเลือกชื่อเสียงหรือรักหรือทั้งสองอย่าง”เลดี้ กาก้าได้โชว์ความสามารถในการแต่งเพลงรักไว้ในเพลงเบาๆ ซึ่งได้อิทธิพลมาจากวงควีน “Brown Eyes” เธอบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เปราะบางที่สุดในอัลบั้ม ส่วนเพลงบอกเลิกกันอย่าง “Eh, Eh (Nothing Else I Can Say) เธอบอกว่ามันก็เป็นเพลงป็อปง่ายๆ ว่าด้วยเรื่องของการเจอคนใหม่แล้วก็บอกเลิกกับคนเก่าgenting crown
genting crown

Comments (0) Trackbacks (0)

Sorry, the comment form is closed at this time.

No trackbacks yet.